Pages Menu
TwitterFacebook
Categories Menu

Posted on Jun 14, 2012 in Book, History

พราหมณ์ไทยเสี่ยงทาย ในบันทึกของบาทหลวงฝรั่งเศส

พราหมณ์ไทยเสี่ยงทาย ในบันทึกของบาทหลวงฝรั่งเศส

ผมไปค้นเจอหนังสือในห้องสมุดเล่มหนึ่ง อ่านแล้วก็น่าสนใจดีเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบขำๆ ว่า ความเชื่อเรื่องโชคลาง การเสี่ยงทายเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตคนไทยในทุกระดับชั้นและมีมาตั้งนมนานแล้ว

หนังสือเล่มนี้ ที่ว่า “บันทึกความทรงจำของบาทหลวง เดอะ แบส” แปลโดย คุณสันต์ ท.โกมลบุตร

บาทหลวงเดอะ แบส คือ คนที่เข้ามาในอยุธยาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ หรือประมาณ 300 กว่าปีที่แล้ว เขาได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ การเสี่ยงทาย การทำนายทายทักไว้ว่า

ถ้าผู้คนไม่สบายใจมักจะเข้าวัดอธิฐานภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครอง หรือ แม้กระทั่งบางครั้ง ถ้าอยากรู้อนาคตต่างๆ ก็จะส่งพราหมณ์เข้าวัดและไปยังโบสถ์สำคัญๆ ถวายดอกไม้ธูปเทียน เครื่องบูชาต่างๆ แล้วตั้งจิตอธิฐานกับพระพุทธปฏิมากร เพื่อขอคำทำนายเกี่ยวกับเรื่องที่ตนร้องขอ ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ประการใด

คนมักจะเชื่อว่า หากถวายดอกไม้ธูปเทียนและเครื่องบูชาต่างๆเป็นจำนวนมาก และยิ่งมากก็ยิ่งดี เพราะเทพยดาจะช่วยทำนายทายทัก คำร้องขอของพราหมณ์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

โดยคำทำนายนั้นจะเกิดขึ้น เมื่อก้าวออกจากประตูโบสถ์นั้นออกมา และถ้อยคำแรก ที่ได้ยินจากคนที่เดินผ่านไปมาในบริเวณแถบนั้น หรือ คำทักทายแรกที่พบเจอ ถือว่าเป็นนิมิตจากเทพยดา ให้นำถ้อยความนั้น มาตีความ หรือ ให้พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงอธิบายความหมายของนิมิตนั้น

บาทหลวงเดอะ แบสยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นเองว่าในช่วงหนึ่งที่ ฟอลคอน ขุนนางคนโปรดของพระนารายณ์ได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก จนกระทั่งหมอหลายคนไม่กล้ารับปากถึงความปลอดภัยของฟอลคอน  ซึ่งพระนารายณ์รู้สึกเป็นห่วงอาการของฟอลคอนมาก จนกระทั่งถึงกับทรงออกคำสั่งให้งดการแสดงมหรสพในเขตพระราชฐานทั้งหมด และก็ได้ส่งพราหมณ์ท่านหนึ่งให้เข้าไปในโบสถ์เพื่อเสี่ยงทายอาการและความเป็นไปของฟอลคอน

และเมื่อพราหมณ์ผู้นี้ ถวายเครื่องสักการะบูชา ดอกไม้ตามธรรมเนียม พร้อมทั้งตั้งจิตอธิฐานขอคำทำนายเรียบร้อยแล้ว พราหมณ์ก็เดินออกมาจากโบสถ์ไปพบคนกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งวงเล่นตระกร้อกันอยู่ และเมื่อพราหมณ์ท่านนี้เดินไปใกล้วงตระกร้อ ลูกตระกร้อก็ได้ตกลงไปในสระน้ำข้างๆ วงตระกร้อ

ชายคนหนึ่งจึงร้องตระโกนขึ้นมาว่า  “เสร็จแล้ว เสียแล้วๆ”

ยังไม่ทันที่พราหมณ์ผู้นั้นจะตกใจจากคำแรกที่ได้ยิน
ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้สระน้ำนั้น มากกว่า ก็เห็นว่า ลูกตระกร้อยังค้างอยู่บนกอหญ้าริมสระน้ำนั้น จึงรีบตระโกนสวนทันทีว่า  “ไม่เป็นไร ยังไม่เสียหรอก ยังจะเก็บเอาขึ้นมาได้อยู่”

พราหมณ์คนนั้นจึงเก็บถ้อยความทั้งหมดนั้นไปตีความเป็นนิมิตที่เทพยดาให้คำพยากรณ์ไว้ว่า ในที่สุด เขาจะต้องหายดี ซึ่งเพียงเวลาไม่นานนัก ฟอลคอนก็ฟื้นจากอาการป่วยนั้นได้ กลับมารับราชการได้ตามเดิม

และเรื่องการเสี่ยงทายนี้ ปรากฏอีกครั้ง ในช่วงท้ายๆ รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ ที่พระองค์ทรงประชวรหนัก ด้วยพระโรคไอหึด โหนหลวงก็ทำนายเกี่ยวกับดาวพฤหัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับดวงเมืองและเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระองค์เอง ซึ่งเป็นไปในทางไม่สู้ดีนัก  พระองค์จึงออกคำสั่งให้ขุนนางไปดำเนินการเสี่ยงทายในโบสถ์

และเมื่อขุนนางที่เข้าไปเสี่ยงทายเดินออกจากโบสถ์นั้น ก็พบชายผู้หนึ่งกำลังใช้แหนบถอนเส้นเคราของตนพลางพูดว่า “นี่แน่ะ ถอนออกมาได้เส้นเบ้อเร่อเชียวว่ะ” ซึ่งคำพูดอันนี้เอง ถูกนำมาตีความว่า เป็นลางร้ายแก่พระชนม์ชีพของสมเด็จพระนารายณ์ และคำทำนายนี้เอง ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆนานาในการเมืองของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาหลังจากการสวรรคตของพระนารายณ์

สุดสัปดาห์เข้าวัดทำบุญแล้ว อย่าลืมถือโอกาสลองเสี่ยงทายตามแบบโบราณดูนะครับ  ได้ผลอย่างไรลอง tweet มาบอกกันที่ @kokoyadi นะครับ